welovethailand
Home - ช่วยเหลือ - ค้นหา - รายชื่อสมาชิก - กลุ่มผู้ใช้ - สมัครสมาชิก(Register) - ข้อมูลส่วนตัว(Profile) - เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว - เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
Welcome
Welcome to welovethailand.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, join our community today!

การผลิต/การขาย/ การบริโภค

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    welovethailand -> พระบรมราโชวาท
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
welove thailand
WEBMASTER


เข้าร่วม: 22 Feb 2008
ตอบ: 91

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 02, 2008 11:57 am    เรื่อง: การผลิต/การขาย/ การบริโภค ตอบโดยอ้างข้อความ

การผลิต/การขาย/ การบริโภค
การส่งเสริมที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่กำลังเร่งกระทำอยู่ขณะนี้ คือ การเพิ่ม ผลผลิต โดยที่ถือว่า ผลผลิตเป็นที่มาของรายได้ การผลิตนั้น ทุกคนคงเห็นได้ไม่ยากว่า มีความเกี่ยวพันถึงความต้องการ ตลาด การจำหน่าย วิธีจัดกิจการ ตลอดจนถึงการนำรายได้ หรือผลประโยชน์จากการผลิตมาใช้สอย บริโภคด้วย ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตที่ถูกต้อง จึงมิใช่การใช้วิชาการทางการเกษตรเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตแต่เพียงอย่างเดียว แต่หากต้องเป็นการใช้วิชาการทางการเกษตรประกอบกับวิชาการด้านอื่นๆ ช่วยให้ผู้ผลิตได้รับประโยชน์ตอบแทนแรงงาน ความคิด และทุนของเขาที่ใช้ไปในการผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งให้สามารถนำผลตอบแทนนั้นมาใช้สอยปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ ให้มั่นคงขึ้นได้ด้วย
(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๑)

ที่พูดกลับไปกลับมาในเรื่องการค้า การผลิต การขาย และการบริโภค นี้ ก็นึกว่าท่านทั้งหลายกำลังกลุ้มใจในวิกฤตการณ์ตั้งแต่ คนที่มีเงินน้อยจนกระทั่งคนที่มีเงินมาก ล้วนเดือดร้อน แต่ถ้าสามารถ ที่จะเปลี่ยนไปทำให้กลับเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่งก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็สามารถอยู่ได้ การแก้ไขอาจจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากคนก็ใจร้อนเพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ที่จริงในที่นี้ก็มี นักเศรษฐกิจต่างๆ ก็ควรจะเข้าใจที่พูดไปดังนี้
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐)
เมื่อตั้งโรงสี ปลูกข้าวเองบ้าง และไปซื้อข้าวจากเกษตรกรบ้าง นำมาสี และขายในราคาที่เหมาะสมเป็นในรูปสหกรณ์ ที่ทำที่สวนจิตรฯ นี้ ไม่ได้ใช้ข้าวที่ปลูกในสวนจิตรฯ เพราะว่าข้าวที่ปลูกในสวนจิตรฯ เอาไปทำพิธีแรกนาขวัญ ข้าวที่โรงสีนี้ เป็นข้าวที่ไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรง โดยให้ราคาที่เหมาะสม เกษตรกรก็มีความสุข เพราะขายข้าวในราคา ที่เหมาะสม และผู้บริโภคก็ซื้อได้ในราคาถูก เพราะว่าไม่ต้องมีการขนส่งมากเกินไป ไม่ต้องมีคนกลางมากเกินไป ตกลงทั้งผู้ผลิต ทั้งผู้บริโภค ก็มีความสุข
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐)

โดยเฉพาะในภาคอีสาน เขาบอกว่า ต้องปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อจะขาย อันนี้ถูกต้อง ข้าวหอมมะลิขายได้ดี แต่เมื่อขายแล้ว จะบริโภคเอง ต้องซื้อ ต้องซื้อจากใครทุกคนก็ปลูกข้าวหอมมะลิ ในภาคอีสานส่วนมากเขาชอบบริโภคข้าวเหนียว ซึ่งใครจะเป็นคนปลูกข้าวเหนียว เพราะประกาศโฆษณาว่า คนที่ปลูกข้าวเหนียวเป็นคนโง่ อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ เลยได้สนับสนุนบอกว่า ให้เขาปลูกข้าวบริโภค เขาจะชอบข้าวเหนียว ก็ปลูกข้าวเหนียว เขาจะปลูกข้าวอะไรก็ตาม ให้เขาปลูกข้าวอย่างนั้น และเก็บไว้เพื่อที่จะบริโภคตลอดปี ถ้ามีที่ที่จะทำนาปรัง หรือมีที่ มากพอสำหรับปลูกข้าว ก็ปลูกข้าวหอมมะลิเพื่อที่จะขาย
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐)
อย่างข้าวที่ปลูก เคยสนับสนุนให้ปลูกข้าวให้พอเพียงกับตนเอง แต่ละ ครอบครัวเก็บเอาไว้ในยุ้งเล็กๆ แล้วถ้ามีพอก็ขาย
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐)
ถ้าทำอะไรที่แหม อยากให้ดีที่สุด มีรถคันนี้วิ่งได้ ๓๐๐ กม./ชม. ไปหาถนนที่ไหน แล่น ๓๐๐ กม./ชม หรือถนนที่วิ่งได้เร็วมั่ง วิ่งได้ ๓๐๐ ไม่ถึงถึงที่ เค้าก็เลยไม่วิ่ง ๓๐๐ ถามเค้าวิ่งเท่า ไหร่ เค้าวิ่ง ๑๔๐-๑๕๐ มันก็มากแล้ว ๑๔๐-๑๕๐ วันก่อนนี้มีคนเค้าแล่นรถจากกรุงเทพไปหัวหิน รถเล็กกว่าคันนี้อีก ก็วิ่ง ๑๕๐ กม. /ชม. ใช้น้ำมันเติมกอฮอร์ ของสวนจิตรนี่ ก็ใช้ได้คือทดลองดู วิ่งได้ เครื่องก็ไม่เสีย และก็วิ่งก็ได้เร็ว กินน้ำมันก็ไม่

มากกว่าเดิม และทำให้ตรงข้ามเครื่องดีขึ้น สะอาด ไม่มีมลพิษ ก๊าซกอฮอล์นี่ทำมาหลายปีแล้ว ๑๐ ปีได้ ก็ใช้ได้ แต่ว่าที่ยังไม่เผยแพร่มาก เพราะเหตุว่าถ้าทำกอฮอล์นี่จะต้องเสียภาษี เสียภาษีลงท้ายน้ำมันก๊าซกอฮอล์นี่จะแพงกว่า แพงกว่าน้ำมัน ๑๗ บาท จึงยังไม่บอกว่าควรจะใช้ แต่ถ้าใช้ได้ ไม่จำเป็นที่จะเก็บภาษีมากนัก แต่เค้ากลัวกัน ว่า ถ้าไม่เก็บภาษี มาก เดี๋ยวแทนที่จะใส่รถจะใส่ จะดื่ม จะบริโภค คือคำว่าบริโภคน่ะเอาน้ำมันก๊าซกอฮอร์หรือกอฮอร์ ใส่ในรถ ก็เป็นการบริโภคเหมือนกัน แต่การบริโภคนั้นก็ได้ผลว่ารถมันแล่น ก็บริโภคการคมนาคม แต่ว่าบริโภคใส่ในปาก ก็เป็นการบริโภคเหมือนกัน บริโภคใส่ในปากแล้วก็ไปใส่ในรถ บริโภคใส่ในรถให้แล่นไป มีหวังไม่ ก็ถึงที่เหมือนกัน ฉะนั้นก็เลยยังไม่แนะนำให้ใช้กอฮอร์เป็นบริโภค เป็นเชื้อเพลิงใส่ในปาก แต่ว่าถ้าสมมุติว่า กอฮอร์ที่ทำแล้วก็บริโภคโดยใส่ในรถแล้วแล่นได้ก็ไม่ต้องเก็บภาษีให้มันแพง แต่ว่านักเศรษฐกิจท่านบอกว่ากอฮอร์ต้องเก็บภาษี ถ้าไม่เก็บภาษีไม่ใช่กอฮอร์ แล้วก็ยังไม่เข้าใจ ไม่ค่อยเข้าใจเศรษฐศาสตร์ แต่ยังไงท่านก็คิด แล้ว ข้อสำคัญที่สุด กอฮอร์นี้ถ้าดีจริง ๆ สามารถที่จะผลิตในประเทศ ผลิตในประเทศ ก็ไม่ต้องเสียเงิน ตราต่างประเทศ
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๓)
๑๐ ประมวลคำในพระบรมราโชวาท
อันนี้เราต้องทำโครงการช่วยช้าง เพื่อให้ช้างไม่มากินของเกษตรกรในนั้น เกษตรกรก็เชื่อ เพราะรู้ว่าก่อการร้ายเป็นอย่างไร ก็ต้องสร้างเขื่อนให้เก็บน้ำดีขึ้น อย่างมากที่สุดขึ้น ๒ เมตรกว่าๆ นับว่าจะดีได้น้ำเพิ่มเติม ๙ ล้าน ลบ.ม. นับว่าไม่เลว ไม่มาก สู้ที่อื่นไม่ได้ แต่ดีกว่าไม่มี ความจริงควรมีอย่างนี้ทั่วตลอด ให้สามารถเก็บน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมตอนหน้าฝน ไม่ให้น้ำแล้ง ให้มีน้ำใช้สำหรับการกสิกรรม บริโภค เดี๋ยวนี้ทั่วโลกบ่นว่าขาดน้ำๆ ระหว่างที่บ่นขาดน้ำ มีคนเขาตายเพราะถูกน้ำท่วม ตายไปเกือบ ๑๐ คนแล้ว ทำไมเพราะเขาไม่ได้ทำโครงการระบายน้ำที่ถูกต้อง
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖)

_________________
ขึ้นไปข้างบน
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    welovethailand -> พระบรมราโชวาท ปรับเวลา GMT
หน้า 1 จาก 1   

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน

Community Chest


Powered by phpBB
Hosted by FreeForums.org